ด้านมืดของ “พลังงานสีเขียว”

ด้านมืดของ "พลังงานสีเขียว"

ทิวทัศน์นอกหน้าต่างของบ้านพรในพิจิตรงดงามราวภาพวาด ตลอดสองฝั่งแม่น้ำน่านในบริเวณนี้เรียงรายไปด้วยต้นกล้วยและต้นมะม่วงน้อย ใหญ่โดยมีทุ่งนาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตาเป็นฉากหลัง สายน้ำน่านที่ไหลผ่านพิจิตร ณ จุดนี้ดูยิ่งใหญ่จับใจและน้ำทั้งมวลที่เห็นจะมุ่งหน้าสู่ทิศใต้เพื่อเคลื่อน ตัวลงสู่อ่าวไทยในอีก 300 กิโลเมตรข้างหน้า แต่ไม่ว่าทัศนียภาพรอบบ้านพรจะงดงามเพียงใด ทั้งเธอและเพื่อนบ้านก็ไม่ได้มีโอกาสชื่นชมมันอีกแล้ว ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา พรและเพื่อนบ้านได้แต่ปิดประตูปิดหน้าต่างของบ้านอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกัน ตนเองและสมาชิกในครอบครัวจากฝุ่นเถ้าที่พวกเธอเชื่อว่าเป็นสาเหตุของโรคผิว หนังและปัญหาระบบทางเดินหายใจนานัปการ

พรเชื่อว่าต้นตอของปัญหา คือ โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากแกลบข้าวซึ่งตั้งอยู่ห่างจากบ้านของเธอเพียงหนึ่ง กิโลเมตร แต่โรงงานที่มีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า 22 เมกะวัตต์แห่งนี้กลับได้รับการยกย่องชื่นชมไปทั่วในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน เจ้าของโรงงาน "เอ.ที.ไบโอพาวเวอร์" ถือเป็นบริษัทแห่งแรกในไทยที่ได้รับการรับรองเข้าร่วมโครงการซื้อขายสิทธิ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามกลไกการพัฒนาที่สะอาดภายใต้พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol's Clean Development Mechanism) โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าของเอ.ที.ไบโอพาวเวอร์เป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าขนาดเล็กหลาย แห่งที่เปิดดำเนินการในประเทศไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ไทยกำลังเดินตามกระแสโลกในด้านการลดการพึ่งพา พลังงานเชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์ ปัจจุบัน ไทยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะใช้พลังงานหมุนเวียนผลิตไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 20% ของกระแสไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นในประเทศภายในปี 2565 ไม่ต่างจากที่สหภาพยุโรป อังกฤษและออสเตรเลียได้เตรียมดำเนินการเช่นกัน

พรบอกว่าเธอไม่ค่อยรู้เรื่องนโยบายใหม่ด้านพลังงานของรัฐเท่าไหร่หรอก แต่เธอบอกว่าเธอรู้แน่ ๆ ว่าสิ่งแวดล้อมในชุมชนของเธอเกิดการเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่ที่ เอ.ที.ไบโอพาวเวอร์มาเปิดโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าในบ้านเกิดของเธอเมื่อปี 2548

พรบ่นให้ฟังว่านาของเธอผลิดอกออกข้าวได้น้อยลงทันทีที่โรงไฟฟ้าเริ่มเปิด ดำเนินการและฝุ่นขี้เถ้าที่แทบมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นก็มาปกคลุมชุมชนของเธอ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา "ตอนนี้ ถึงแม้ว่านาของฉันจะเริ่มผลิดอกออกข้าวได้มากขึ้นและมากเกือบจะเท่ากับที่ เคยเป็น แต่ปัญหาสุขภาพ (ที่มากับโรงไฟฟ้า) ไม่ได้ลดลง ชาวบ้านละแวกนี้โดยเฉพาะเด็ก ๆ มีผื่นขึ้นและหายใจติดขัดกันอยู่เรื่อย ซึ่งนี่เป็นสาเหตุว่าทำไมเราถึงต้องปิดประตูปิดหน้าต่างไว้ตลอดเวลา" เธอกล่าว

ชุมชนหอไกรซึ่งเธอพำนักอาศัยอยู่มิได้เป็นชุมชนเดียวในประเทศไทยที่ประสบ ปัญหาจากโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมและทางสิ่งแวดล้อมจากโรงไฟฟ้ารูปแบบ ดังกล่าวเริ่มกระจายไปเกือบทั่วประเทศ นายศุภกิจ นันทะวรการ นักวิจัยด้านพลังงานหมุนเวียนของมูลนิธินโยบายสุขภาวะ ประเมินไว้ว่าจะมีการประท้วงต่อต้านโครงการพลังงานชีวมวลอย่างกว้างขวางหรือ อย่างน้อยในไม่ต่ำกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศดังจะเห็นได้จากการที่ชาวบ้านในหลายจังหวัดเริ่มออกมาต่อ ต้านโครงการลักษณะดังกล่าวกันแล้ว

"เป็นเรื่องดีที่ไทยจะใช้พลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานที่มา จากชีวมวลซึ่งมีอยู่อย่างมากมายในประเทศ แต่รัฐบาลจะต้องดูแลให้นักลงทุนในกิจการดังกล่าวดำเนินการอย่างมีความรับผิด ชอบด้วย" นายศุภกิจ กล่าวก่อนจะเสริมว่า "ทุกวันนี้ ชุมชนมีความคลางแคลงใจเกี่ยวกับโครงการพวกนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนักลง ทุนพยายามจะเลี่ยงการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (environmental impact assessment - EIA) ด้วยการสร้างให้โรงงานมีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้าเพียงแค่ 9.9 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ กฎหมายของประเทศไทยกำหนดให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตตั้งแต่ 10 เมกะวัตต์ขึ้นไปต้องจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก่อนเริ่มดำเนิน กิจการจริง"

อย่างไรก็ตาม นายศุภกิจยอมรับว่าการจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมิอาจรับประกันได้ เสมอไปว่าโครงการจะไม่ก่อปัญหาดังจะเห็นได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับชุมชนหอไกร จังหวัดพิจิตรในทันทีที่เอ.ที.ไบโอพาวเวอร์เปิดโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าที่นั่น ซึ่งก็เป็นเพราะหน่วยงานรัฐบาลแทบจะไม่ได้ตรวจตราโครงการที่รายงานผลกระทบ ทางสิ่งแวดล้อมผ่านการพิจารณาไปอย่างเรียบร้อยอีกเลย

เปลือกข้าวมีซิลิกา (Silica) เป็นส่วนประกอบและสารชนิดนี้เป็นสาเหตุของโรคปอดฝุ่นทราย (silicosis) ซึ่งโรคดังกล่าวเป็นโรคปอดที่พบบ่อยในคนงานผู้ซึ่งไม่ได้รับการคุ้มครองดูแล เรื่องสุขภาพในสถานที่ทำงาน อาทิ คนงานในเหมืองแร่หรือเหมืองหิน โดยทั่วไป เปลือกข้าวจะมีซิลิกาเป็นส่วนประกอบอยู่ถึง 85 - 95% และมหาวิทยาลัยฮาร์บินในจีนได้สรุปเอาไว้ในปี 2549 ว่าฝุ่นเถ้าจากเปลือกข้าวสามารถก่อให้เกิดโรคปอดฝุ่นทรายได้เช่นกัน

นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเอ.ที.ไบโอพาวเวอร์ กล่าวว่าตนเองไม่ทราบเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพของชาวบ้านเลย เขายอมรับเพียงแค่ว่าเคยเกิดกรณีเครื่องกรองฝุ่นเถ้าเสียในช่วงปีแรกของการ ดำเนินการเท่านั้น แต่หลังจากนั้นก็ได้มีการดำเนินการแก้ไขไปอย่างเรียบร้อย นายนทียังย้ำด้วยว่าคณะที่ปรึกษาสามฝ่ายของโรงไฟฟ้าอันประกอบไปด้วยผู้แทน จากบริษัท ชาวบ้านและรัฐบาลยังไม่ได้รับข้อร้องเรียนเรื่องอื่น ๆ อีกเลยจากชาวบ้านในพื้นที่

เอ.ที.ไบโอพาวเวอร์ มีการจัดตั้งกองทุนประกันสุขภาพและสิ่งแวดล้อมให้แก่ชาวบ้านในชุมชนหอไกร ด้วย แต่พรไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน "แต่ถึงจะมีกองทุนจริง ๆ ฉันก็ไม่คิดว่าเราจะไปใช้กองทุนนี้ได้หรอก พวกเราเป็นแค่ชาวบ้านจน ๆ เราไม่มีทางจะหาหลักฐานไปพิสูจน์ได้ว่าฝุ่นเถ้าเป็นต้นตอของปัญหาสุขภาพของ พวกเรา ฉันเคยถามหมอเหมือนกันแต่หมอก็บอกว่าเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์" พรกล่าว

ทว่า นพ. สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์จากสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่ามีวิธีพิสูจน์ได้ว่าอาการของโรคเกิดจากฝุ่นเถ้าในสิ่งแวดล้อมของ ชุมชนหรือไม่ พร้อมทั้งแนะนำให้ชาวบ้านมาร้องเรียนกับทางสำนักงานของตน นพ. สมเกียรติอธิบายว่าทางสำนักสามารถส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจวัดความเข้มข้นของซิ ลิกาในอากาศและเอ็กซเรย์ปอดของชาวบ้านเพื่อช่วยพิสูจน์ว่าปัญหาระบบทางเดิน หายใจของชาวบ้านนั้นเกิดจากโรคปอดฝุ่นทรายหรือไม่

ในส่วนของเอ.ที.ไบโอพาวเวอร์ นายนทียังคงย้ำว่าทางบริษัทให้ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นอย่าง ยิ่งดังจะเห็นได้จากการทุ่มเงินก้อนโตซื้อเทคโนโลยีการเผาไหม้จากอเมริกา เพื่อแลกกับประสิทธิภาพและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2549 เอ.ที.ไบโอพาวเอร์ยังได้รับ "รางวัลบริหารสิ่งแวดล้อมและชุมชนเป็นเลิศ" (Excellence in Environment and Community Management) จากกระทรวงพลังงานด้วย

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบางคนตั้งคำถามเกี่ยวกับการบริหารชุมชนของเอ.ที.ไบโอพาวเวอร์ ย้อนกลับไปเมื่อมี 2546 ชาวบ้านหอไกรหลายคนแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดต่อชุมชนของพวก เขาหากเอ.ที.ไบโอพาวเวอร์เข้ามาเปิดโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าในท้องที่จริง เจ้าของร้านค้าในพื้นที่รายหนึ่งในหอไกรเล่าให้ฟังว่าชาวบ้านก็เลยรวมตัวกัน ประท้วงโครงการโรงไฟฟ้าของเอ.ที.ไบโอพาวเวอร์ แต่การประท้วงกลับดำเนินต่อไปได้ไม่นานนักเพราะจู่ ๆ ผู้นำการประท้วงก็เลิกเคลื่อนไหวและหายหน้าหายตาไปเสียเฉย ๆ "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพวกเขาเลิกต่อสู้ไปกลางคัน" เจ้าของร้านค้ารายเดิม กล่าว

คำตอบสำหรับคำถามนี้มีอยู่ที่ตำบลน้ำทรง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งอยู่ห่างจากชุมชนหอไกรไปเพียง 50 กิโลเมตรและเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายสำหรับโครงการโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า จากเปลือกข้าวอีกโครงการของเอ.ที.ไบโอพาวเวอร์ นายสุรพล ปานงาม โฆษกกลุ่มอนุรักษ์น้ำทรง เล่าให้ฟังว่าหลังจากที่ทางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านโครงการ อดีตผู้นำการประท้วงในหอไกรคนหนึ่งก็ติดต่อมาหาพวกเขาเพื่อถามว่าถ้าพวกเขา ได้ "เงินสักก้อน" พวกเขาจะยอมยุติการเคลื่อนไหวไหม "เราก็เลยรู้ว่าคนที่เกี่ยวข้องกับโครงการอยากจะซื้อเรา ซึ่งนั่นทำให้เรายิ่งรู้สึกแย่และรังเกียจโรงไฟฟ้ามากยิ่งขึ้นไปอีก" นายสุรพล กล่าว กลุ่มอนุรักษ์น้ำทรงเลือกที่จะประท้วงอย่างต่อเนื่องจนเอ.ที.ไบโอพาวเวอร์ ประกาศยกเลิกโครงการที่ตำบลน้ำทรงเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2550 นายสุรพลเล่าว่าความเหนื่อยยากระหว่างการประท้วงตลอด 7 ปีทำให้เขาเห็นใจบรรดาชุมชนที่ต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกันเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุด นางสดใส สร่างโศก นักเคลื่อนไหวเพื่อสุขภาพและชาวบ้านชุมชนคำสร้างไชยในอุบลราชธานีก็ต้องออก มาเป็นแกนนำในการประท้วงต่อต้านโครงการตั้งโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากแกลบข้าว ในบ้านเกิดของเธอ โดยโครงการดังกล่าวเป็นของบริษัท บัวสมหมาย จำกัด และโรงไฟฟ้าที่เตรียมจะสร้างนั้นจะมีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า 9.9 เมกะวัตต์ ปัจจุบัน ชาวบ้านของชุมชนสร้างคำไชยหลายร้อยคนร่วมเคลื่อนไหวภายใต้การนำของนางสดใส นางสดใสเล่าให้ฟังว่าทันทีที่ทราบข่าวว่าบัวสมหมายจะมาสร้างโรงไฟฟ้าในใจ กลางชุมชน เธอก็เริ่มค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนี้ ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบัวสมหมายเป็นเจ้าของโรงสีข้าวโรงใหญ่ที่สุดแห่ง หนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและถือหุ้นเล็กน้อยอยู่ในโรงไฟฟ้าขนาด 9.8 เมกะวัตต์ชื่อ "ร้อยเอ็ด กรีน" ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าจากเปลือกข้าวและตั้งอยู่ติดกับโรงสีข้าวของตนในจังหวัด ร้อยเอ็ดนั่นเอง เมื่อได้ข้อมูลดังกล่าว นางสดใสจึงพาเพื่อนบ้านในชุมชนเดินทางไปยังร้อยเอ็ดด้วยกันเมื่อปีที่แล้ว เพื่อสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ว่าบัวสมหมายดำเนินกิจการอย่างไรและการดำเนิน กิจการมีผลกระทบต่อชุมชนหรือไม่

ชาวบ้านในร้อยเอ็ดยินยอมเปิดบ้านให้ดูบ้านแล้วบ้านเล่า ซึ่งทุกบ้านล้วนแล้วแต่มีฝุ่นและเถ้าเปลือกข้าวเกาะเต็มพื้นและเฟอร์นิเจอร์ ไปหมด เมื่อสอบถามต่อ ผู้มาเยือนจากคำสร้างไชยจึงได้ทราบว่าปัญหาฝุ่นเถ้าเหล่านี้มีอยู่ต่อเนื่อง มาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว ที่สำคัญ ชาวบ้านในร้อยเอ็ดยังบอกด้วยว่าพวกเขามีปัญหาหายใจติดขัดซึ่งเชื่อว่าน่าจะ มีสาเหตุมาจากโรงสีข้าวและโรงไฟฟ้านั่นแหละ

นายประยูร จิระเจษฎาพร เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดร้อยเอ็ด รับปากว่าจะช่วยตรวจสอบปัญหาให้แต่ปริมาณฝุ่นและเถ้าก็มีแต่มากขึ้น ๆ ขณะที่นางพีราพร สมทรัพย์ ผู้จัดการทั่วไปของบัวสมหมาย ก็บอกเพียงแต่ว่าทางบริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ต่อเมื่อแพทย์ยืนยันว่า ปัญหาสุขภาพของชาวบ้านมีสาเหตุมาจากโรงสีข้าวของบริษัทจริง

แม้จะได้รับคำร้องเรียนจากชาวบ้าน แต่นางพีราพรก็มิได้ดำเนินมาตรการลดปริมาณฝุ่นเถ้าอย่างเป็นรูปธรรมแต่ ประการใด เธอบอกเพียงว่า "ทางบริษัทได้ทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อติดตั้งเทคโนโลยีดักจับฝุ่น" สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลแห่งใหม่ที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง

นอกเหนือจากปัญหาสุขภาพแล้ว การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลยังก่อให้เกิดปัญหาอีกอย่างที่ลามไปทั่ว สารทิศแล้ว ชาวสวนและผู้ผลิตอิฐในหลายชุมชนกำลังโอดครวญว่าราคาเปลือกข้าวแพงขึ้นมากและ อาชีพของพวกเขาก็ต้องอาศัยเปลือกข้าวเป็นจำนวนมากเสียด้วย ในช่วงสองปีที่ที่ผ่านมา ราคาเปลือกข้าวในชุมชนของพวกเขาได้พุ่งสูงจาก 400 บาทเป็น 900 - 1,500 บาท ปัจจุบัน ผู้ใช้แกลบข้าวหลายคนถึงขนาดต้องเดินทางไกลเพื่อไปซื้อแกลบข้าวจากชุมชนอื่น

นายนที ผู้บริหารของเอ.ที.ไบโอพาวเวอร์ กล่าวว่าราคาเปลือกข้าวที่พุ่งสูงขึ้นจะทำให้ไม่มีโรงไฟฟ้าพลังชีวมวลใด ๆ เปิดตัวเพิ่มอีกในหลายภูมิภาค เปลือกข้าวที่เคยเห็นกันว่ามีอยู่มากมายดาษดื่นกลับกลายเป็นที่ต้องการของ ตลาดมากขึ้นเสียจนราคาพุ่งสูงเกินกว่าที่นักลงทุนจะสนใจชีวมวลตัวนี้อีก นายนทียังเผยให้ทราบด้วยว่าราคาเปลือกข้าวในภูมิภาคเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ เขาตัดสินใจยกเลิกโครงการโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากเปลือกข้าวที่น้ำทรง