โลกจะไม่เย็นลงด้วย Climategate

นับเป็นเรื่องไม่ดีเอาเสียเลยที่เกิดการโจมตีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ซึ่ง ชี้ชัดว่าโลกกำลังร้อนขึ้นในช่วงเวลาที่การเจรจาครั้งสำคัญว่าด้วยเรื่องการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังจะเริ่มต้น ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนี้ก็เป็นเพราะความผิดของพวกเรานั่นแหละ หากคุณยังไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ขออธิบายให้คุณได้ทราบว่าการโจมตีดังกล่าวถูกเรียกขานว่า "Climategate" โดยเหตุการณ์ฉาวโฉ่ครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีใครบางคนแอบเจาะระบบ เซิร์ฟเวอร์ที่จัดเก็บอีเมล์ของสถาบันวิจัยสภาพภูมิอากาศในอังกฤษแล้วพบว่า นักวิทยาศาสตร์แถวหน้าในแขนงสภาพภูมิอากาศหลายคนไม่ได้นำข้อมูลบางอย่างออก มาเผยแพร่เพราะข้อมูลเหล่านี้ดูเหมือนจะขัดแย้งต่อหลักฐานมากมายที่ชี้ว่า มนุษย์กำลังทำให้โลกร้อนขึ้น เมื่อมือดีแอบพบข้อมูลดังกล่าวจึงหยิบมาเผยแพร่เสียเองผ่านทางหน้าบล็อกตลอด ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง Thaiclimate สนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและผิดหวังเมื่อทราบว่านักวิทยาศาสตร์ บางคนเลือกที่จะปิดบังข้อมูลบางอย่างต่อสาธารณชน กระนั้นก็ตาม เราตระหนักเหมือนอย่างที่ชุมชนชาวโลกวิทยาศาสตร์ตระหนักว่ากรณี Climategate จะมิได้ช่วยให้อุณหภูมิบนโลกใบนี้ลดลง

"กว่าคนจะยอมรับว่าโลกกลมตามที่โคลัมบัสสรุปก็ต้องใช้เวลานานโข ดังนั้น เราคงไม่ต้องประหลาดใจว่าคนที่ไม่เชื่อเรื่องภาวะโลกร้อนไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ความคิดของตัวเองง่าย ๆ" ดร. อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา หนึ่งในนักวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศแถวหน้าของประเทศไทย กล่าว เขาอธิบายว่าหากเราจะลองมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วสังเกตสักหน่อยก็คงจะได้ เห็นแล้วว่าฤดูฝนของประเทศไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว พายุฝนมีน้อยลงแต่มีความรุนแรงมากขึ้น แถมฤดูฝนก็มาช้าลงทุกปี ๆ และมีระยะเวลาสั้นลงกว่าเคยจนเกษตรกรต่างเดือดร้อนที่มีฤดูเพาะปลูกสั้นลงไป ด้วย

นับตั้งแต่มีมนุษย์บนโลกใบนี้ ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศเคยอยู่ที่ราว 275 ส่วนต่อล้านส่วนมาเป็นระยะเวลายาวนานจวบจนเมื่อ 200 ปีที่ผ่านมา ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนว โน้มว่าจะเข้มข้นถึง 400 ส่วนต่อล้านส่วนภายในระยะเวลาอันใกล้หากผู้เข้าร่วมงานประชุมนานาชาติว่า ด้วยเรื่องเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ กรุงโคเปนฮาเกน ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่มีนัยสำคัญอย่างแท้จริงได้

ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครโต้แย้งได้ว่าอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศของ โลกสูงขึ้นในช่วงที่ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศมี เพิ่มมากขึ้น และหากเราไม่รีบยับยั้งทิศทางดังกล่าว โลกอาจจะต้องเผชิญมหันตภัยร้ายแรงโดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยจัดอยู่ในเขตที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบสูงสุดเขต หนึ่ง ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าไทยจะได้ประโยชน์หากเรื่องราวฉาวโฉ่จากกรณี Climategate จะสิ้นสุดลงเสียที

ดร. เจน ลุบเชนโช หัวหน้าสำนักงานบริหารงานด้านชั้นบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติอเมริกา ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอพีเกี่ยวกับกรณี Climategate ไว้ว่า "อีเมล์ดังกล่าวไม่อาจลบล้างความเห็นทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นเอกฉันท์มั่นคง ว่า...โลกกำลังร้อนขึ้นและกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ก็เป็นสาเหตุสำคัญของปรากฏการณ์ดังกล่าว"

เธอยังบอกด้วยว่าอีเมล์ดังกล่าวมิได้โต้แย้งหรือกล่าวถึงหลักฐานภาวะโลก ร้อนอันเด่นชัดซึ่งทั้งสำนักงานบริหารงานด้านชั้นบรรยากาศและมหาสมุทรแห่ง ชาติอเมริกา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (องค์การนาซ่า) และสถาบันวิจัยชื่อดังอีกมากมายเก็บรวบรวมเอาไว้

อีเมล์ดังกล่าวเพียงแต่เต็มไปด้วยมุขตลกและการต่อล้อต่อเถียงซึ่งมักจะมี ขึ้นเมื่อบรรดาสมาชิกของกลุ่มเล็ก ๆ ที่ใกล้ชิดกันมากคุยหรือถกประเด็นบางอย่างกันเป็นการภายในและเป็นการส่วนตัว อยู่แล้ว หากจะถามว่านักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ทำถูกหรือไม่ที่ปิดบังข้อมูลบางอย่างจาก สาธารณชนและพูดถึงกลุ่มคนที่ไม่เชื่อเรื่องปัญหาภาวะโลกร้อนแบบดูถูกเหยียด หยามเพียงเพราะคนเหล่านี้มักจะวิจารณ์งานด้านวิทยาศาสตร์ของตน ก็คงต้องตอบว่าพวกเขาอาจจะทำไม่ถูกนัก แต่อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องก้าวข้ามเหตุการณ์ Climategate ไปให้ได้และเริ่มเดินหน้าต่อ

เราไม่อาจปล่อยให้ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประสานเสียงแสดงความคิดเห็นต่อจนเป็นอุปสรรคสำหรับการจัดทำข้อตกลงว่าด้วย การยับยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก

หากต้องการทราบเพิ่มเติมว่าชุมชนวิทยาศาสตร์กว่าถึงกรณี Climategate ไว้อย่างไร กรุณาคลิ้กที่ Contrarians Using Hacked E-mails to Try to Fool Public on Climate Science (ผู้มีความเห็นต่างใช้อีเมล์ที่ถูกขโมยมาเป็นเครื่องมือในการหลอกประชาชน เกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์แขนงสภาพภูมิอากาศ) ที่เขียนขึ้นโดยกลุ่ม Union of Concerned Scientists (สหภาพนักวิทยาศาสตร์ผู้มีความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม)