Story of Cap 'n Trade

The Story of Cap and Trade(เรื่องราวของมาตรการซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก) เป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวทางอินเตอร์เน็ตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาโดย Annie Leonard ผู้ผลิต Story of Stuff อันโด่งดังเมื่อปีที่แล้ว มีเนื้อหาสะท้อนให้เห็นถึงการเก็งหากำไรและข้อบกพร่องเบื้องหลังหลักการซื้อ ขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีความยาวเพียง 10 นาที แต่กลับสามารถนำเสนอภาพให้ผู้ชมเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามาตรการซื้อขายสิทธิ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Cap and Trade นั้นมีปัญหาอะไรและเพราะเหตุใดเราถึงควรร่วมมือกันยุติการซื้อขายดังกล่าว

นับเป็นเรื่องน่าพิศวงที่งานประชุมครั้งสำคัญว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สัปดาห์นี้ ณ กรุงโคเปนฮาเกน กำลังยึดถือเอาแผนงานซึ่งก่อวิกฤติเศรษฐกิจโลกมาเป็นกลยุทธ์หลักสำหรับการ แก้ปัญหาด้านภูมิอากาศ แผนงานดังกล่าวถูกนำมาชูเป็นจุดขายสำหรับงานประชุมทั้ง ๆ ที่มนุษย์ทั่วโลกต่างกำลังดิ้นรนอยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

ปัจจุบัน บรรดาผู้นำในภาคการเงินของโลกกำลังอยากจะนำสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาซื้อ ขายอย่างที่พวกเขานำหุ้น นำพันธบัตร นำสินทรัพย์และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอีกมากมายมาขายใจจะขาด พวกเขาแทบจะทนรอให้การซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้นในวงกว้างไม่ ไหวเพราะมีการคาดการณ์ไว้ว่าพวกเขาจะได้ค่าธรรมเนียมหรือรางวัลสินจ้างก้อน โตจากตลาดซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่น่าจะมีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 33.1 ล้านล้านบาท) หากผู้เข้าร่วมงานประชุม ณ กรุงโคเปนฮาเกน ร่วมกันไฟเขียวให้มาตรการซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีผลบังคับใช้ โลกจะมีตลาดซื้อขายขนาดใหญ่สำหรับใบอนุญาตก่อมลพิษ งานบริการปลูกป่า โครงการปลูกป่าและโครงการ carbon offset (กิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อให้สามารถส่งต่อสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก)

มาตรการซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีแนวคิดว่าโลกควรกำหนดเพดานการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและให้ผู้ที่ก่อมลพิษหาทางซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซ เรือนกระจกระหว่างกันในตลาดโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ก๊าซเรือนกระจกที่ ปล่อยออกมานั้นมีปริมาณไม่เกินกว่าเพดานที่กำหนดกันไว้ แม้จะฟังดูดี แต่มาตรการนี้มีรากฐานมาจากวัตถุประสงค์ทางการตลาดจนมีลักษณะเหมือนปิศาจ ร้ายตนหนึ่ง

อันที่จริง แทบจะไม่มีใครในโลกนี้คัดค้านการกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่การเปิดตลาดค้าขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้นมีข้อเสียหลายประการโดย เฉพาะอย่างยิ่งหากตลาดดังกล่าวเกิดขึ้นในประเทศไทย

ข้อเสียของมาตรการซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีดังนี้

1) ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วจะได้ รับสิทธิปล่อยก๊าซดังกล่าวต่อไปเพราะสิทธิการปล่อยก๊าซจะเป็นสิ่งที่ซื้อหา ได้ เมื่อพวกเขาซื้อสิทธิเหล่านี้ไป พวกเขาจะสามารถดำเนินกิจกรรมที่ทำลายโลกใบนี้ต่อไปได้ หากจะกล่าวไปแล้วต้องถือว่าชั้นบรรยากาศของโลกเป็นของมนุษย์ทุกคน ดังนั้น ภาคประชาชนจึงควรได้สิทธิควบคุมดูแลชั้นบรรยากาศดังกล่าว

2) โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาวะเสื่อมโทรมและการทำลายป่า (Reduced Emissions from Degradation and Deforestation - REDD) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อการค้าขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะหยิบยื่นการบริหารป่าให้แก่ผู้ค้าสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจนทำให้ สิทธิของผู้อยู่ป่าถูกลิดรอน ยิ่งไปกว่านั้น การคำนวณความสามารถของป่าในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ยังขาดความชัดเจน อยู่มากและจะเป็นเรื่องอันตรายหากจะให้โลกหวังพึ่งโครงการที่ต้องใช้สูตรทาง คณิตศาสตร์ที่หาความแน่นอนไม่ได้เหล่านี้

3) มาตรการซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกพอจะมีหวังสัมฤทธิ์ผลในการปกป้องโลก อยู่บ้างก็ต่อเมื่อมีการตรวจสอบการซื้อขายอย่างเข้มข้น มีการดูแลและกฎระเบียบที่เคร่งครัด แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีอยู่จริงเลยในตลาดการเงิน ทุกวันนี้ การค้าขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่องค์การสหประชาชาติทำเองภายใต้กลไกการ พัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism - CDM) ก็ยังมีปัญหาในการตรวจสอบและตีค่าสิทธิที่นำมาซื้อขาย

4) จนถึงทุกวันนี้ ประเทศไทยเข้าร่วมตลาดซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยมีวัตถุประสงค์ หลักเพื่อแสวงหากำไร มิใช่เพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก โดยมีโครงการก๊าซชีวภาพภายใต้กลไกการพัฒนาที่สะอาดเป็นหลักฐานสำคัญ ทั้งนี้ ประเทศไทยมิใช่เพียงประเทศเดียวในโลกที่มุมมองต่อมาตรการซื้อขายสิทธิปล่อย ก๊าซเรือนกระจกลักษณะนี้เพราะประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกำลังพัฒนาก็มีความคิดแบบนี้เช่นกัน

ถึงแม้ว่าเราจะสามารถฟื้นตัวจากปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเพราะการควบคุม ตลาดการเงินอย่างหละหลวมได้ แต่เราไม่มีเวลามากพอที่จะลองผิดลองถูกกับมาตรการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกอย่างแน่นอน เราย่อมไม่อาจส่งมอบชะตากรรมของโลกให้แก่ผู้ที่ทำให้โลกเกิดวิกฤติสภาพภูมิ อากาศและเพื่อนพ้องของพวกเขาที่เพิ่งจะก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจไปทั่วโลกมา หมาด ๆ