อุตุฯ เตือนไทยตอนบนระวังพายุฤดูร้อน

อุตุฯ เตือนไทยตอนบนระวังพายุฤดูร้อน

16 มีนาคม 2553

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 3 (26/2553) เรื่อง พายุฤดูร้อน

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่า จะแผ่เข้ามาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในวันนี้

ในขณะที่ ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนอบอ้าว ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ซึ่งจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบระยะต่อไป ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่ทำให้ต้นไม้หักโค่น และป้ายโฆษณา หรือที่พักอาศัยได้รับความเสียหายจากพายุลมแรงที่เกิดขึ้น ช่วงวันที่ 16-18 มีนาคมนี้

สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระวังในการเดินเรือช่วงวันที่ 17-19 มีนาคมนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อน และฟ้าหลัวในตอนกลางวันกับมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดลำปาง ตาก และเพชรบูรณ์ โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากทางตะวันออกของภาค อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศา ลมอ่อน ความเร็ว 6-12 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน และมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันกับมีอากาศร้อนจัดบริเวณ จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อน และมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันกับมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัด ลพบุรี และกาญจนบุรีโดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศา ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อน และมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันกับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากตามบริเวณชายฝั่ง อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศา ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน และมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันกับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศา ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 

แหล่งที่มา

http://www.en.mahidol.ac.th/thai/news/envi_news_full.php?id=1094