จีนเปิดตัวใน เอ็มอาร์ซีมากขึ้น

จีนเปิดตัวใน เอ็มอาร์ซีมากขึ้น

05 เมษายน 2553

การประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอน ล่างซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-5 เมษายน ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์วันที่สามของการประชุมซึ่งเป็นวันแรกที่ผู้นำจากประเทศ ต่างๆ เข้าร่วมประชุม โดยในวันนี้มีทั้งระดับนายกรัฐมนตรี พูดคุยแบบทวิภาคี ระหว่างประเทศต่างๆ เช่น ไทย-ลาว ไทย-เวียดนามและไทยกับรองประธานธนาคารโลก รวมทั้งระหว่างอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และระดับปลัดกระทรวงของแต่ละประเทศที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรในลุ่ม น้ำโขง

นายเกษมสันต์ จิณณวาโสอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยถึงการประชุมทวิภาคีระหว่าง สาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทยในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขง ตอนล่างว่า ทางฝ่ายจีนได้แจ้งให้ฝ่ายไทยได้ทราบถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทางตอน ใต้ของประเทศจีนว่าครอบคลุมถึง 80% ของพื้นที่มณฑลยูนนาน ทำให้ประชาชนกว่า 8 ล้านคนขาดน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค นอกจากนั้นรัฐบาลจีนแจ้งว่าได้รับทราบถึงความกังวลอย่างยิ่งของสื่อต่างๆ ในไทยต่อระดับน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในแม่น้ำโขง จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำล้านช้าง หรือแม่น้ำโขงในมณฑลยูนนานของประเทศจีน และรู้สึกขอบคุณรัฐบาลไทยที่มีท่าทีที่เป็นบวกต่อประเทศจีนในการชี้แจงใน เรื่องนี้ต่อสื่อเหล่านั้น

การหารือถึงความร่วมมือในอนาคต ระหว่างจีนและไทย โดยเห็นพ้องกันว่าประเทศทั้งสองได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จึงมีความจำเป็นที่จะร่วมมือกันเพื่อป้องกันและแก้ไขสาเหตุสถานการณ์ดัง กล่าวนอกจากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศยังดำเนินไปอย่างดี ดังนั้น ในอนาคตจึงเห็นร่วมกันว่าจะมีการพัฒนาความร่วมมือในเรื่องการพัฒนาศักยภาพ ของทรัพยากรบุคคล โดยฝ่ายจีนได้เชิญให้ไทยส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการในเรื่องการ บริหารจัดการน้ำที่จัดขึ้นโดยกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีน ในเดือนมิถุนายน2553

นอก จากนั้นยังจะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนและศึกษาพื้นที่ โดยจีนเชิญให้ฝ่ายไทยส่งผู้แทนเยี่ยมชมการดำเนินงานของกระทรวงทรัพยากรน้ำ และโครงการต่างๆ ในประเทศจีนเช่นกัน ทั้งนี้ได้แจ้งฝ่ายจีนว่าประเทศไทยกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการผันน้ำจาก แม่น้ำระหว่างประเทศอาทิ แม่น้ำโขง แม่น้ำเมย แม่น้ำสตรึงนัง เข้าสู่ประเทศไทย ฝ่ายจีนจึงเสนอที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการผันน้ำที่ได้จากการเรียนรู้จากการศึกษาความ เป็นไปได้ และผลกระทบของการผันน้ำจากทางตอนใต้ของจีนขึ้นสู่ทางเหนือเป็นระยะเวลากว่า 50 ปี

เรื่องการเดินเรือในแม่น้ำโขงนั้น นายเกษมสันต์บอกว่า กรมชลประทานได้แจ้งให้ทางจีนทราบว่า ประชาชนในบริเวณลุ่มน้ำโขงตอนใต้ตั้งข้อสังเกตว่ากระแสน้ำของแม่น้ำโขงไหล เร็วขึ้นกว่าที่ผ่านมามาก น่าจะเป็นผลมาจากการระเบิดแก่งหิน เพื่อเปิดทางเดินเรือขนส่งสินค้าในแม่น้ำโขง ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงนัก จึงเสนอให้มีการศึกษาร่วมกันในเรื่องนี้ต่อไป ถือเป็นฤกษ์งาม ยามดีของสมาชิกเอ็มอาร์ซี ที่ท่าทีของจีนออกมาในรูปแบบเป็นมิตรและเปิดตัวมากขึ้น ส่วนใน อนาคตจะทำจริงอย่างที่พูดหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา มติชน

http://www.en.mahidol.ac.th/thai/news/envi_news_full.php?id=1165