จีน : สกัดขยะอีเล็คโทรนิคส์เป็นภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

กุยยู จีน (ไอพีเอส)-เช่นเดียวกับคนจำนวนมากที่ทำกำไรจากการค้าขยะอิเลคทรอนิกส์ใน เมืองทางใต้ของจีนแห่งนี้ หลิน บังฮง ผู้บริหารโรงพยาบาล ไม่ได้พักอยู่ที่นั่น "ผมทำงานที่นี่มาสิบปีแล้ว และไม่เคยล้มป่วย" เขากล่าว

หลินพักอยู่ที่เมืองใกล้เคียงชื่อชานโตเช่นเดียวกับสมาชิกกรรมการโรง พยาบาลส่วนใหญ่ เขาช่วยทำตลาดขายส่งขยะอิเลคทรอนิกส์ในใจกลางเมืองที่มีหัวหน้าโรงพยาบาลเยา ฮุยเป็นเจ้าของ โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลสองแห่งในเมืองที่มีประชากร 130,000 คน มันถูกตั้งชื่อตามเศรษฐีค้าขยะอิเลคทรอนิกส์ผู้อุทิศเงินให้ก่อสร้างโรง พยาบาล

สำหรับแรงงานอพยพที่เดินทางจากทั่วประเทศจีนเพื่อการเผา ทุบและตัดเครื่องรับโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และเครื่องถ่ายเอกสารเพื่อประสงค์โลหะมีค่าและชิพคอมพิวเตอร์ในอัตราค่าจ้าง ชั่วโมงละหนึ่งดอลลาร์ โดยทำงานวันละสิบชม.ในโรงทำงานเล็กๆกว่า 5,000 แห่งตามหมู่บ้าน การพักอาศัยอยู่ที่นี่จึงไร้ซึ่งความสะดวกสบาย 
 นักวิจัยชาวจีนแถลงว่าความสูญเสียที่พวกเขาต้องจ่ายให้คือความเสื่อมถอยทาง สุขภาพในระยะยาว
 กุยยูมีมลภาวะจากสารไดอ็อกซินที่คุกคามสุขภาพมนุษย์สูงที่สุดในโลก สารนี้ถูกปล่อยสู่อากาศจากการเผาพลาสติกและแผ่นวงจรเพื่อสกัดเอาทองคำ, แพลตตินั่ม, ทองแดง และโลหะอื่นๆ ทั้งนี้จากรายงานปี 2007 ของสถาบันวิทยาศาสตร์จีน

ที่มาสำคัญของมลภาวะคือการเผาพลาสติกในบ้านปีกไม้เพื่อประสงค์โลหะ โลหะดังกล่าวยังได้จากการเผาแผ่นวงจรเหนือตะกั่วเหลวเพื่อดึงเอาชิพและโลหะ ในโรงทำงานขนาดเล็กของครอบครัวที่อยู่รอบเมืองกุยยู

แม่น้ำเลียนเจียงที่ตัดผ่านเมืองกุยยูถูกจัดว่าเป็นแม่น้ำที่ปนเปื้อนมาก ที่สุดในจังหวัดกวางตุ้งทางใต้ของจีน ทองแดง,นิเกิ้ล,แค็ดเมี่ยม,ตะกั่ว,ปรอท และสารหนูถูกพบว่าปนเปื้อนในระดับสูงอยู่ตามผิวน้ำและโคลนเลนในแม่น้ำ

รายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ระบุว่าแต่ละปีประเทศจีนปล่อยขยะอีเล็กโทรนิคส์ถึง 2.3 ล้านเมตริคตัน รองจากสหรัฐฯที่ปล่อยสารดังกล่าวออกมา 3 ล้านตันต่อปี 
ขยะพิษในสหรัฐฯจำนวนมากจะถูกส่งออกไปยังประเทศกำลังพัฒนาอย่างจีนซึ่งเป็น ประเทศที่มีกฎหมายห้ามนำเข้าขยะอิเลคทรอนิกส์แต่ไม่บังคับใช้ จิม พัคเก็ตแห่งเครือข่ายปฏิบัติการบาเซิลกล่าว ในแต่ละปีขยะอีเล็กโทรนิคส์ราว 1.7 ล้านตันถูกนำไปสกัดที่เมืองกุยยู ทั้งนี้จากการแถลงของรัฐบาลท้องถิ่น

พัคเก็ตแถลงว่าสินค้าขยะที่ส่งมายังกุยยูทั้งหมดล้วนนำเข้าจากต่างประเทศ "แม้ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน แต่เป็นไปได้ว่าขยะอิเลคทรอนิกส์จากต่างประเทศมีกว่า 90-95%" พัคเก็ตซึ่งเคยเดินทางไปยังกุยยูสามครั้งนับแต่ปี 2001 กล่าว "ผมสังเกตตามตัวหนังสือที่ระบุไว้บนเครื่องอิเลคทรอนิกส์และดูชนิดของปลั๊ก ที่ใช้ กุยยูแทบไม่ได้นำเข้าขยะพิษจากจีน" 
 ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อเร็วๆนี้โดยนักวิจัยแห่งวิทยาลัยแพทย์ในสังกัด มหาวิทยาลัยชานโตชี้ว่าสารโพลีโบรมิเนต ไดฟีนิล อีเธอร์(PBDEs) จากการเผาหน่วงในประกายไฟ, สารตะกั่ว,แค็ดเมี่ยมและโครเมี่ยมที่ตรวจได้จากทารกลูกของคนงานสกัดขยะอี เล็กโทรนิคส์ปนเปื้อนระดับสูงอยู่ในเลือด 

การศึกษาเมื่อปี 2008 ซึ่งทำโดยนักวิจัยสุขภาพชานโตพบว่า 81% ของโลหิตที่สุ่มจากทารกในกุยยูมี "มีสารตะกั่วปนเปื้อนระดับสูงอยู่ในโลหิตอย่างมีนัยยะสำคัญ" ส่วนผลการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่ทำในปี 2008 พบว่ามีสารแค็ดเมี่ยมระดับสูงอยู่ในโลหิตของทารกราว 20.1% ของเมืองนี้ การมีสารโครเมี่ยมระดับสูงก่อให้เกิดการทำลายดีเอ็นเอ.ในทารก

นักวิจัยชี้ว่ามันยังก่อให้เกิดการแท้งลูก ทารกน้ำหนักน้อย และคลอดก่อนกำหนด ทั้งส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตและพัฒนาการทางสมองของเด็ก

อาร์ลีน บลูม ผู้เชี่ยวชาญผลกระทบของสารเคมีต่อสุขภาพจากการเผาหน่วงในประกายไฟแห่งมหาวิ ทยาลัยเบิร์คลีย์ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ,ระบุว่าสาร PBDEs มักก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ต่อมไทรอยด์มีปัญหาต่อการเรียนรู้และความจำ ลดคุณภาพของสเปิร์ม และลดระดับฮอร์โมนในผู้ชาย

กระนั้นผู้คนรู้น้อยมากต่อผลกระทบของการสกัดขยะอิเลคทรอนิกส์ต่อผู้ใหญ่ ในโรงทำงานที่กุยยู 
 ฮัว เซีย หัวหน้าทีมนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยชานโต แถลงว่าหัวหน้างานที่โรงำงานขยะอิเลคทรอนิกส์ไม่เห็นด้วยที่จะให้คนงานตรวจ เลือด "โรงทำงานตั้งประชิดอยู่กับบ้านเรือนเอกชน เป็นเรื่องยากที่จะเข้าไป" ฮัวกล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้นักวิจัยของเขาได้รับเงินทุนจากบริษัท ฟอร์ดมอเตอร์ของสหรัฐฯ "คนงานมาทำงานที่นี่เป็นครั้งคราว เมื่อล้มป่วยพวกเขาจะกลับบ้าน เป็นเรื่องยากที่จะตามไป" เขากล่าว

หลินกล่าวว่า "มีเด็กเกิดใหม่ที่พิการทางสมองและเป็นมะเร็งมากขึ้นในกุยยู แต่เราไม่อาจรับรองได้ว่ามีสาเหตุจากมลภาวะ ไม่มีการทดสอบไหนที่สามารถยืนยันได้สมบูรณ์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างโรคกับมล ภาวะ"

เป็นเรื่องยากสำหรับฮัวและนักวิจัยของเธอที่จะได้สุ่มตรวจโลหิตจากทารก ของแรงงานอพยพในกุยยู ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลของหลินระงับการอนุญาตให้ตรวจเลือด เนื่องจาก "มันเพิ่มงานให้เรามากมาย"

ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการห้ามรวบรวมและสะสมตัวอย่างเป็นปัญหาของหลินหรือ ของคณะกรรมการโรงพยาบาล "เรากังวลว่าการสนับสนุนการวิจัยของเราจะกลายเป็นที่จับตาของรัฐบาลท้อง ถิ่น" เขายอมรับ และว่า "เราเป็นโรงพยาบาลเอกชน จึงไม่อยากมีปัญหา"  

ข้อกำหนดระดับชาติเกี่ยวกับการสกัดขยะอิเลคทรอนิกส์จะมีผลบังคับในปี 2011 ส่วนรัฐบาลกุยยูกำหนดแผนเมื่อปี 2006 จะปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่ระบบเทคโนโลยีระดับสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  

กระนั้น ความเสี่ยงจากการรีไซเคิ่ลขยะเทคโนโลยีคงไม่หายไปง่ายๆ "จีนจะไม่อาจบริหารขยะอิเลคทรอนิกส์ของตนตราบเท่าที่ยังอนุญาตให้มีการสกัด กันอยู่ในกุยยู" พัคเก็ตกล่าว.

ลิขสิทธิ์ไอพีเอส Visit at IPS Asia-Pacific www.ipsnewsasia.net and the IPS Service at www.ipsnews.net  

 

by. ไมเคิล สแตนเดิร์ท IPS