โลกร้อน

Wikileaks เผยอินเดียขายคาร์บอนเครดิตที่ไม่ผ่านมาตรฐาน

JuSci - Wed, 2011-09-28 23:41

ชื่อ Wikileaks นี่คงไม่ต้องอธิบายกันแล้ว (วินาทีนี้ใครยังไม่เคยอ่าน Wikileaks ถือว่าเชยมากๆ) แต่คำว่า "คาร์บอนเครดิต" (Carbon credit) นี่หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร

คาร์บอนเครดิต คือ ผลที่เกิดจากแนวคิดของ Kyoto Protocol ที่กำหนดว่าแต่ละประเทศมีสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซ CO2 ขึ้นสู่บรรยากาศเท่าไร พวกประเทศกำลังพัฒนาที่ปกติก็ปล่อย CO2 น้อยอยู่แล้วสามารถใช้โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่ช่วยลด CO2 มาขายเป็น "คาร์บอนเครดิต" หรือ "สิทธิ์การปล่อย CO2 เพิ่ม" ให้กับประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ถ้าโครงการปลูกป่ากับ JuSci (สมมติ) ผ่านประเมินแล้วว่าลดปริมาณ CO2 ที่ขึ้นสู่บรรยากาศได้ 10 ตันต่อปี เราก็สามารถขายสิทธิ์ในการปล่อย CO2 10 ตันนี้ให้กับคนที่อยากซื้อได้ ประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งปล่อย CO2 กันมโหฬารบานตะไทนั้นรู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางลดระดับการปล่อยให้ถึงข้อกำหนดได้แน่ ก็ต้องซื้อสิทธิ์ในการปล่อย CO2 เพิ่มจากประเทศกำลังพัฒนา

จริงๆ การซื้อขายคาร์บอนเครดิตนี้เรียกกันอย่างเป็นทางการว่า Clean Development Mechanism (CDM) และตัวคาร์บอนเครดิตก็มีชื่อจริงๆ ว่า certified emission reductions (CERs) จุดประสงค์ไม่ได้มีไว้ให้ประเทศกำลังพัฒนาขายเอากำไรหรอก แต่เพื่อให้เอาเงินที่ได้จากประเทศพัฒนาแล้วไปทำโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่อไป แลกกับผลประโยชน์ที่เสียไปจากการหยุดหรือชะลอการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตที่โทรเลข Wikileaks วันที่ 16 ก.ค. 2008 เปิดเผยนั้น คือ ความไม่ได้มาตรฐานของการประเมินโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งหลายในประเทศอินเดีย

โทรเลขนี้ส่งจากสถานกงสุลประจำเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ถึง รมต. ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา สรุปใจความได้ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงาน CDM ของประเทศอินเดียตระหนักดีว่าโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ผ่านการอนุมัติคาร์บอนเครดิตในอินเดียนั้นส่วนใหญ่ไม่ผ่านมาตรฐานของ UN Framework Convention on Climate Change (ในปี 2008 อินเดียมีโครงการที่เข้าร่วม CDM 346 โครงการ คิดเป็นคาร์บอนเครดิตได้ 120 ล้านตัน) โทรเลขถึงกับบรรยายระบบการอนุมติและการลงทะเบียนในอินเดียว่า "เอากันตามใจชอบ (arbitrary)"

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดคาร์บอนเครดิตก็ยกเรื่องนี้ขึ้นมาถกกันอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่จะชี้ให้เห็นว่านี่แหละคือข้อผิดพลาดประการใหญ่ของ CDM และทำให้แนวคิดเรื่องลดปริมาณ CO2 ใช้ไม่ได้ผลในทางปฏิบัติ

แต่ Martin Hession กรรมการของ CDM ในสหราชอาณาจักร ก็ออกมาปกป้องว่า "CDM ในปัจจุบันนั้นมีความโปร่งใสและเข้มงวดกว่าเมื่อสามปีก่อนมาก โครงการหลายตัวของจีนและอินเดียก็โดนปฏิเสธเพราะไม่ได้มาตรฐาน ความจริงตอนนี้มีหลายคนบ่นด้วยว่ามาตรฐานเข้มงวดเกินไป"

นับจากปี 2005 ถึงปัจจุบัน อินเดียสามารถทำคาร์บอนเครดิตออกมาได้แล้ว 750 ล้านตัน ซึ่งนับเป็นอันดับสองของโลกรองจากประเทศจีน

เราก็คงต้องรอดูต่อไปว่าทิศทางการแก้ปัญหาก๊าซเรือนกระจกจะเป็นอย่างไรต่อไป Kyoto Protocol เองก็ใกล้หมดวาระเต็มทนแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าการประชุม COP ครั้งที่ 17 ณ เมือง Durban ประเทศแอฟริกาใต้ เดือนพฤศจิกายนปีนี้ จะมีการเสนอวาระของ Kyoto Protocol ขึ้นมาพูดกันหรือไม่?

ที่มา - Nature News

ผมขอพื้นที่ตรงนี้สรุปผลการประชุม COP (Conference of the Parties of the United Nations Framework Convention on Climate Change) หรือที่เรียกกันเล่นๆ ว่า "ประชุมโลกร้อน" สองครั้งก่อนหน้าสั้นๆ ให้พิจารณาหน่อยแล้วกัน :

  • COP 15 ที่เดนมาร์ก เราได้กระดาษเช็ดก้นที่ชื่อ Copenhagen Accord
  • COP 16 ที่เม็กซิโก ตัวแทนของกลุ่มประเทศผู้นำก็ได้ทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ด้วยการพักร้อนในโรงแรมหรูติดชายหาด

... ไชโย! มนุษยชาติ)

Categories: โลกร้อน

อัดนโยบายรถคันแรก ทำโลกร้อน

ไทยรัฐ - Mon, 2011-09-26 22:08
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยอัดนโยบายรถยนต์คันแรก 5 แสนคันส่งผลก๊าซโลกร้อนสูงขึ้น 1.2 ล้านตันต่อปี หรือราว 4% ชี้สวนทางสังคมโลก และไม่สอดคล้องกับสังคมคาร์บอนต่ำ หนุนทำแค่ระยะสั้น 6 เดือน ห่วงไทยถูกโลกประณาม ...
Categories: โลกร้อน

จับกระแสโลกร้อน-สังคมคนแก่ชี้เทรนด์เทคโนโลยีน่าลงทุน

ผู้จัดการ - Thu, 2011-09-22 17:02
สวทช.เผย 10 เทคโนโลยีน่าลงทุนแก่นักธุรกิจ จับกระแสโลกร้อนและอนาคตสังคมคนแก่ พร้อมคาดหวังจะผลักดันให้เกิดการวิจัยและพัฒนาในภาคเอกชน และยกระดับกระทรวงวิทยาศาสตร์เป็นกระทรวงเศรษฐกิจ ที่เพิ่มมูลค่าธุรกิจด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผลักดันให้เกิดการวิจัยในภาคเอกชน
Categories: โลกร้อน

นักวิทยาศาตร์อังกฤษจะทดสอบฉีดน้ำขึ้นไปสู่บรรยากาศ

JuSci - Thu, 2011-09-15 01:55

ในงาน Science Festival ที่ Bradford, สหราชอาณาจักร ดร. Matt Watson แห่ง University of Bristol ผู้นำโครงการ SPICE (Stratospheric Particle Injection for Climate Engineering) ได้เผยว่าในเดือนหน้าจะมีการทดสอบเบื้องต้นสำหรับวิธีการใหม่ที่จะเอามาใช้แก้ปัญหาโลกร้อนในอนาคต

โครงการจะโยงสายท่อน้ำเข้ากับบอลลูนฮีเลียม แล้วปล่อยให้บอลลูนลอยขึ้นไปสูง 1 กิโลเมตรเหนือสนามบินที่ Sculthorpe ทางตอนเหนือของ Norfolk ซึ่งไม่ได้ใช้งานแล้ว จากนั้นก็จะฉีดน้ำเข้าไปในท่อให้ละอองน้ำปกคลุมพื้นที่รอบๆ

จุดประสงค์ของการทดสอบนี้ก็คือ เพื่อดูว่าละอองน้ำที่ฉีดขึ้นไปจะส่งผลกระทบอย่างไรต่ออุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนในบริเวณนั้นบ้าง นักวิทยาศาสตร์ในโครงการ SPICE คาดว่าละอองน้ำจะช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดลง

ถ้าหากการทดสอบนี้ได้ผลดีและไม่มีผลกระทบข้างเคียงร้ายแรง โครงการ SPICE ก็จะเสนอวิธีนี้ขึ้นเป็นทางแก้ปัญหาโลกร้อนอีกทาง จุดมุ่งหมายสูงสุดของ SPICE คือฉีดละอองอนุภาคสังเคราะห์จำนวน 10 ตันขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศสูง 20 กิโลเมตร ให้ละอองอนุภาคเหล่านี้ช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์เพื่อลดอุณหภูมิโลกลง 2 องศาเซลเซียส (แรงบันดาลใจของโครงการมาจากการลดลงของอุณหภูมิโลกระยะสั้นๆ หลังจากที่ภูเขาไฟขนาดยักษ์ระเบิดพ่นเขม่าควันออกมาปกคลุมชั้นบรรยากาศ)

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์เองก็วางให้วิธีแบบ SPICE เป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ เผื่อไว้กรณีที่มาตรการลดก๊าซเรือนกระจกไม่ได้ผล เพราะไม่มีใครรับประกันได้ว่าการฉีดอนุภาคมหาศาลขึ้นไปบรรยากาศจะกระทบสภาพภูมิอากาศโลกอย่างไรบ้าง แถมแต่ละประเทศก็ได้รับอานิสงส์จากวิธีนี้ไม่เท่ากันด้วยเหตุผลที่ไม่มีใครรู้แน่ชัด ประเทศในแถบศูนย์สูตรมีแนวโน้มจะได้รับผลมากหน่อย ขณะที่แถบขั้วโลกจะมีอุณหภูมิลดลงน้อยกว่า

ที่มา - The Telegraph, BBC News

Categories: โลกร้อน

[ประชาสัมพันธ์] งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2554

JuSci - Sun, 2011-07-24 19:50

นี่ก็ปลายเดือนกรกฎาคมแล้ว วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี) ก็ใกล้เข้ามาทุกที คนที่ชอบไปเดินงานนิทรรศการวิทยาศาสตร์เตรียมตัวกันให้พร้อมได้แล้ว

งานที่ใหญ่ที่สุดคงไม่พ้น "มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2554" (National Science and Technology Fair 2011) ซึ่งมีองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งภาครัฐและเอกชน

ภายในงานมีกิจกรรมที่ให้ความรู้พร้อมความสนุกตื่นเต้นมากมาย ผมขอยกตัวอย่างมาจากเอกสารประชาสัมพันธ์สักส่วนหนึ่ง ได้แก่

* เรียนรู้ภัยจากภาวะโลกร้อน

  • การทดลองทางเคมีแสนสนุก

  • ท่องโลกแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ

  • มหัศจรรย์แห่งน้ำ

  • การสร้างมูลค่าจากขยะ

  • เกาะกระแสพลังงานทางเลือก

  • โลกดิจิตอล

  • ชมการประกวดแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ของเยาวชน

  • ค้นหาเส้นทางสู่การเป็นนักวิทย์ฯ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักวิทยาศาสตร์ตัวจริง

  • และอีกมากมาย

ผู้สนใจทุกท่านสามารถเข้าร่วม “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติประจำปี 2554” ได้ระหว่างวันที่ 6 – 21 สิงหาคม 2554 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
(ยกเว้นวันที่ 9 สิงหาคม 2554 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรม ราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดงาน เข้าร่วมได้เฉพาะแขกรับเชิญ) เวลาที่สามารถเข้าชมได้คือ ตั้งแต่ 9:00 ถึง 20:00 น.

ค่าธรรมเนียมร่วมงาน = 0 บาท ฟรีโลดครับพี่น้อง!

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถหาได้จาก เว็บไซต์หลักของมหกรรมฯ หรือติดต่อ 0-2577-9960

Categories: โลกร้อน

ความร้อนกว่าครึ่งหนึ่งของโลกมาจากพลังงานนิวเคลียร์

JuSci - Tue, 2011-07-19 23:55

เห็นมั้ย! พลังงานนิวเคลียร์ทำให้โลกร้อนจริงๆ ด้วย

พวกต่อต้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่าเพิ่งรีบดีใจ ผมไม่ได้พูดถึง "ภาวะโลกร้อน" หรือ "การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก" (Global climate change) นะครับ และก็ไม่ได้พูดถึงพลังงานนิวเคลียร์จากโรงไฟฟ้าที่มนุษย์สร้างด้วย แต่ความร้อนในที่นี้ คือ "พลังงานความร้อนใต้พิภพ" (geothermal energy) ซึ่งเป็นพลังงานความร้อนที่เปล่งออกมาจากภายในของดาวเคราะห์โลก

ทีมวิจัยร่วมของญี่ปุ่นและอิตาลีได้ตรวจสอบปริมาณ neutrino และ antineutrino ด้วยเครื่องตรวจ Kamioka Liquid-Scintillator Antineutrino Detector (KamLAND) and the Borexino Detector อย่างละเอียด ซึ่งปริมาณอนุภาคทั้งสองนี้สามารถนำไปคำนวณหาอัตราการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชั่นที่เป็นแหล่งกำเนิดของพวกมันได้

เมื่อหักปริมาณนิวตริโนที่มาจากอวกาศออกไปแล้ว ผลจากการวิเคราะห์ล่าสุดพบว่าปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชั่นของธาตุกัมมันตรังสีภายใต้เปลือกโลกและแก่นกลางโลก (ส่วนใหญ่คือ ยูเรเนียมและธอเรียม) ให้พลังงานความร้อนออกมามากถึง 20 terawatts และถ้าหากรวมพลังงานที่ได้จากการสลายตัวของโพแทสเซียมกัมมันตรังสีเข้าไปอีก 4 terawatts เราก็จะพูดได้เลยว่า "มากกว่าครึ่งหนึ่งของพลังงานความร้อนใต้พิภพของโลก (44 terawatts) มาจากพลังงานนิวเคลียร์"

พลังงานปริมาณมหาศาลจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ตามธรรมชาตินี้สามารถให้มนุษย์ชาติใช้กันได้อย่างเหลือเฟือ (ปัจจุบันมนุษย์ทั้งโลกบริโภคพลังงานรวมกันอยู่ที่ประมาณ 14 terawatts กว่าๆ) ปัญหาก็อยู่แค่ว่า "เราจะเอามันมาใช้ได้อย่างไร?"

ที่มา - Scientific American

Categories: โลกร้อน

ฟ้าผ่าโรงเรียนประถมยูกันดา สังเวย 19 ศพ เชื่อโลกร้อนเป็นเหตุ

ไทยรัฐ - Thu, 2011-06-30 11:45
เกิดเหตุฟ้าผ่าที่ประเทศยูกันดาทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา เป็นเหตุให้มีเด็กเสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย ผู้เชี่ยวชาญระบุ ภาวะโลกร้อนเป็นสาเหตุให้เกิดฟ้าผ่าบ่อยขึ้นและรุนแรงมากยิ่งขึ้น...
Categories: โลกร้อน

บวท.หนุนเที่ยวบินลดโลกร้อน ประหยัดน้ำมันได้ 2.1 ก.ก.

ไทยรัฐ - Mon, 2011-06-27 17:39
วิทยุการบินฯ ชี้เที่ยวบินสาธิตลดโลกร้อนครั้งแรกในไทย ผลสำเร็จเกินคาดสามารถ ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ 1,050 กิโลกรัม และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 3,308 กิโลกรัม/เที่ยวบิน...
Categories: โลกร้อน

นักวิทย์วิตกสัตว์ทะเลลดฮวบวิกฤตสูญพันธุ์ครั้งใหญ่มาเร็วกว่าที่คิด

ผู้จัดการ - Fri, 2011-06-24 08:09
สถานการณ์ในมหาสมุทรวิกฤตหนักสัตว์ทะเลลดฮวบกว่าที่คิด น่าห่วงสิ่งมีชีวิตหลายสปีชีส์อยู่ในสภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์อย่างไม่เคยเกิดมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษย์ ผลพวงจากการประมงเกินขนาด มลภาวะ และภาวะโลกร้อน ซึ่งท้ายที่สุดจะย้อนมากระทบมนุษย์เอง
Categories: โลกร้อน

นักวิทย์วิตกสัตว์ทะเลลดฮวบวิกฤตสูญพันธุ์ครั้งใหญ่มาเร็วกว่าที่คิด

ผู้จัดการ - Fri, 2011-06-24 08:09
สถานการณ์ในมหาสมุทรวิกฤตหนักสัตว์ทะเลลดฮวบกว่าที่คิด น่าห่วงสิ่งมีชีวิตหลายสปีชีส์อยู่ในสภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์อย่างไม่เคยเกิดมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษย์ ผลพวงจากการประมงเกินขนาด มลภาวะ และภาวะโลกร้อน ซึ่งท้ายที่สุดจะย้อนมากระทบมนุษย์เอง
Categories: โลกร้อน

2012 โลกล่มสลายจริงหรือ

ลงวันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554
Categories: โลกร้อน