ภัยธรรมชาติ : Natural Disasters

จุดเปลี่ยนวันเวลา-ฤดูกาล?!!

รอบรู้ปรากฏการณ์ 'แกนโลก'

วันอังคาร ที่ 16 มีนาคม 2553 เวลา 0:00 น

จุดเปลี่ยนวันเวลา-ฤดูกาล?!!

นับเป็นวิกฤติการณ์ครั้งแรกของโลกที่เกิดโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวรุนแรงสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินติดต่อกันถึงสองครั้งสองคราทั้งที่ประเทศเฮติและชิลี โดยเฉพาะสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ชิลีที่มีกระแสข่าวชี้ว่าทำให้แกนโลกเอียง เปลี่ยนแปลง 2.7 มิลลิ   อาร์ควินาที หรือประมาณ 8 เซนติเมตร และยังทำให้เวลาสั้นลง 1.26 ไมโครวินาทีด้วย ซึ่งหลายคนอาจตื่นกลัวว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลให้เกิด โลกร้อน ได้ในอนาคตอันใกล้นี้!!

'ฟิจิ'อพยพคนหลายหมื่น หนีไซโคลนโทมัสพัดถล่ม

'ฟิจิ'อพยพคนหลายหมื่น หนีไซโคลนโทมัสพัดถล่ม

"ไซโคลนโทมัส" เคลื่อนเข้าถล่มหมู่เกาะตอนเหนือของฟิจิ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรเสียหาย ทางการต้องอพยพผู้คนกว่าครึ่งแสนหนีภัยพายุ เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย

ไซโคลนโทมัส ความเร็วลมสูงสุด 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีความรุนแรงระดับ 4 เทียบเท่าพายุเฮอริเคนลูกใหญ่ที่เคยพัดถล่มฟิจิเมื่อปี 2515 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 180 ราย

สมัชชาทางสังคมแห่งโลก 10 ปีกับภารกิจต่อไป

สิบปีหลังจากก่อตั้ง, สมัชชาทางสังคมแห่งโลก (World Social Forum) เดินมาถึงจุดที่นักเคลื่อนไหวและกลุ่มรากหญ้าจะต้องเสนอทัศนะทางเลือกให้กับ โลก "เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องมีพื้นที่ให้เราทุกคนได้มารวมตัวกันและสร้าง ทัศนะที่สะท้อนความกังวลของเรา" นิโคลา บุลลาร์ด-ผู้ช่วยอาวุโสของ ‘Focus on the Global South'-องค์กรคลังสมองในกรุงเทพฯ ซึ่งเชี่ยวชาญประเด็นของโลกกำลังพัฒนา,กล่าว "เราสามารถจะสร้างเวทีเสวนา, ความคิด และความชอบธรรมของเราเอง" เขาว่า

"แน่นอน, นี่เป็นทางเลือกสำหรับผู้นำที่สามารถสร้างพื้นที่ให้กับตัวเองได้ตลอดเวลา" ชาวออสเตรเลียผู้เป็นสมาชิกสภาระหว่างประเทศของ WSF ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกล่าว และว่า " WSF ยังคงสอดคล้องกับประเด็นจนทุกวันนี้"

ทว่าขบวนการทางสังคมซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับพรรคการเมืองแห่งนี้ยังคงเดิน หน้าจัดการกับประเด็นใหม่ต่างๆที่เกิดขึ้น รวมทั้งความวิตกเรื่องการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่มีอิทธิพลต่อการโต้ เถียงเรื่องความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ

เกิดอะไรขึ้นที่การประชุมโคเปนเฮเกน

แม้ว่าอากาศที่เมืองโคเปนเฮเกนขณะนี้จะอยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์องศา เซลเซียส แต่บรรยากาศภายในศูนย์การประชุมเบลลา (Bella Center) ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมเจรจาความตกลงระหว่างประเทศเรื่องโลกร้อนครุ กรุ่นไป ด้วยความขัดแย้ง มีข้อถกเถียงกันอย่างดุเดือดระหว่างกลุ่มประเทศต่างๆ ที่มีจุดยืนแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกำลังพัฒนา กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว กลุ่มประเทศหมู่เกาะ กลุ่มประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด ฯลฯ

ตลอดช่วงของการเจรจาที่โคเปนฮาเกน ประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งมากที่สุด คือ การแบ่งความรับผิดชอบในการลดก๊าซระหว่างกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วกับกลุ่ม ประเทศกำลังพัฒนา และโครงสร้างรูปแบบของความตกลงด้านโลกร้อนฉบับใหม่ ซึ่งทั้งสองประเด็นมีความเกี่ยวโยงกันอย่างมาก

บรรยากาศร้อนๆ ในการเจรจาโลกร้อนจากคนวงใน

ผมได้รับมอบหมายจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ร่วมคณะทำงานผู้แทน เจรจาประเทศไทยในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 15 และการประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต สมัยที่ 5 ณ กรุงโคเปนเฮเกน

ในการเจรจาเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี ในช่วงเช้าการประชุมจะเริ่มจากหารือกันในกลุ่มประเทศ G77และจีน เพื่อหายุทธศาสตร์ในการเจรจาของช่วงเช้าวันนั้นๆ จากนั้นก็ไปเจรจากับกลุ่มประเทศอื่น ในช่วงบ่ายกลุ่มประเทศ G77และจีนก็จะนำประเด็นต่าง ๆ ที่ได้จากการเจรจาในช่วงเช้าปรับแนวทางการเจราจาและกลับไปเจรจากับกลุ่ม ประเทศอื่นต่อ เป็นเช่นนี้ทุกวัน

บรรยากาศการเจรจาเข้มข้นมาก เหมือนการอภิปรายยกร่างกฎหมายในสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ไม่ถึงขั้นวิวาทกันเหมือนสภาในบางประเทศ ในการประชุมครั้งนี้ประเด็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีกลุ่มประเทศ G77และจีนได้มอบหมายให้ประเทศอินเดียพูดในนามกลุ่ม สำหรับกลุ่มอื่นที่สำคัญคือ กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่พูดโดยประเทศสวีเดน

Story of Cap 'n Trade

The Story of Cap and Trade(เรื่องราวของมาตรการซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก) เป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวทางอินเตอร์เน็ตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาโดย Annie Leonard ผู้ผลิต Story of Stuff อันโด่งดังเมื่อปีที่แล้ว มีเนื้อหาสะท้อนให้เห็นถึงการเก็งหากำไรและข้อบกพร่องเบื้องหลังหลักการซื้อ ขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีความยาวเพียง 10 นาที แต่กลับสามารถนำเสนอภาพให้ผู้ชมเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามาตรการซื้อขายสิทธิ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Cap and Trade นั้นมีปัญหาอะไรและเพราะเหตุใดเราถึงควรร่วมมือกันยุติการซื้อขายดังกล่าว

นับเป็นเรื่องน่าพิศวงที่งานประชุมครั้งสำคัญว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สัปดาห์นี้ ณ กรุงโคเปนฮาเกน กำลังยึดถือเอาแผนงานซึ่งก่อวิกฤติเศรษฐกิจโลกมาเป็นกลยุทธ์หลักสำหรับการ แก้ปัญหาด้านภูมิอากาศ แผนงานดังกล่าวถูกนำมาชูเป็นจุดขายสำหรับงานประชุมทั้ง ๆ ที่มนุษย์ทั่วโลกต่างกำลังดิ้นรนอยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

โลกเขาขยับกันแล้ว แต่ไทยล่ะ?

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อินเดียประกาศจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงจำนวนมากเหมือนอย่างที่ประเทศ กำลังพัฒนาหลายประเทศได้ทำไปแล้วก่อนหน้าที่การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศขององค์กรสหประชาชาติจะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้ ณ กรุงโคเปนฮาเกน

แล้วประเทศไทยล่ะกำลังทำอะไรอยู่ เมื่อไหร่ที่ไทยจะเริ่มเอาจริงเอาจังกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ ชั้นบรรยากาศของโลกเสียที อันที่จริง นักวิทยายาศาสตร์ได้เตือนให้เราทราบแล้วว่าเราอยู่ในภูมิภาคที่ได้รับผลประ ทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกมากกว่าอีกหลายประเทศ หากโลกไม่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขนานใหญ่นับแต่วันนี้ ชายฝั่งและชุมชนริมชายฝั่งของไทยจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แม้แต่กรุงเทพ ฯ ก็จะต้องเผชิญปัญหาหนักหนาสาหัสจากภาวะน้ำท่วมและระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงซึ่ง ล้วนแล้วแต่เป็นผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกทั้งสิ้น กระนั้นก็ตาม ผู้นำของประเทศไทยซึ่งพำนักอยู่ในมหานครแห่งนี้แทบไม่ปริปากพูดถึงการ ยับยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแต่อย่างใด

ครม.เนปาลลุยประชุมสภาบนเอเวอเรสต์ กระทุ้งสำนึกรักษ์โลก

นายกรัฐมนตรี มาดาฟ กุมาร ของเนปาล พร้อมด้วยเหล่ารัฐมนตรีอีกราว 22 คน อยู่ในชุดเสื้อแจ็กเกตหนา และหน้ากากออกซิเจน ในระหว่างการประชุมสภาครั้งสำคัญที่ไปกัน ที่ยอดเขาเอเวอเรสต์ บนเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีความสูงจากระดับ น้ำทะเลราว 5,242 เมตร "สภาพการเปลี่ยนแปลงทาง ภูมิอากาศกำลังมีผลกระทบที่รุนแรงต่อภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศ" รัฐมนตรีคลังของเนปาล เปิดเผย

ครม.มัลดีฟเพิ่งจะประชุมใต้น้ำไปเม่ือเดีอนก่อน กระทุ้งโลกว่าเขากำลังจะจมน้ำทั้งเกาะถ้าทุกคนไม่ช่วย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเนปาลและคณะ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังที่ ราบสูงกาฬปัตตาร์ซึ่งเป็นพื้นที่จัด การประชุม และเข้าร่วมพิธีสวดมนต์ตามธรรมเนียมของชาวเผ่าเชอร์ปา ก่อนการประชุมสภา ว่าด้วยเรื่อง ของการรับรองความเห็นชอบต่อสุนทรพจน์ที่นายกรัฐมนตรีเนปาล จะขึ้นกล่าวในที่ประชุมสิ่งแวดล้อมโลก

โลกจะไม่เย็นลงด้วย Climategate

"Climategate" เป็นเหตุการณ์ฉาวโฉ่ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีใครบางคนแอบเจาะระบบเซิร์ฟเวอร์ ที่จัดเก็บอีเมล์ของสถาบันวิจัยสภาพภูมิอากาศในอังกฤษแล้วพบว่านักวิทยา ศาสตร์แถวหน้าในแขนงสภาพภูมิอากาศหลายคนไม่ได้นำข้อมูลบางอย่างออกมาเผยแพร่ เพราะข้อมูลเหล่านี้ดูเหมือนจะขัดแย้งต่อหลักฐานมากมายที่ชี้ว่ามนุษย์กำลัง ทำให้โลกร้อนขึ้น เมื่อมือดีแอบพบข้อมูลดังกล่าวจึงหยิบมาเผยแพร่เสียเองผ่านทางหน้าบล็อกตลอด ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครโต้แย้งได้ว่าอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศของ โลกสูงขึ้นในช่วงที่ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศมี เพิ่มมากขึ้น และหากเราไม่รีบยับยั้งทิศทางดังกล่าว โลกอาจจะต้องเผชิญมหันตภัยร้ายแรงโดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยจัดอยู่ในเขตที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบสูงสุดเขต หนึ่ง ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าไทยจะได้ประโยชน์หากเรื่องราวฉาวโฉ่จากกรณี Climategate จะสิ้นสุดลงเสียที

ดร. เจน ลุบเชนโช หัวหน้าสำนักงานบริหารงานด้านชั้นบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติอเมริกา ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอพีเกี่ยวกับกรณี Climategate ไว้ว่า "อีเมล์ดังกล่าวไม่อาจลบล้างความเห็นทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นเอกฉันท์มั่นคง ว่า...โลกกำลังร้อนขึ้นและกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ก็เป็นสาเหตุสำคัญของปรากฏการณ์ดังกล่าว"