วิทยาศาตร์ : Science

โลกร้อน ตัวเลข วิกฤต และโอกาส

แม้ว่าในด้านการเจรจา ไทยอาจบอกได้ว่าประเทศกำลังพัฒนาไม่ควรมีพันธกรณี แต่ในทางปฏิบัติ หน่วยงานภาครัฐควรต้องเริ่มเตรียมการพิจารณาว่า ถ้าไทยจะร่วมลดก๊าซเรือนกระจก (ไม่ว่าจะโดยการถูกบังคับด้วยพันธกรณี หรือโดยการสมัครใจผ่านการขายคาร์บอนเครดิตหรือกลไกอื่นๆ) เราจะมีมาตรการและนโยบายการดำเนินงานในประเทศอย่างไร ส่วนภาคเอกชนก็คงต้องเริ่มพิจารณาเช่นกันว่า มีทางเลือกหรือมีโอกาสเสริมสร้างทางเลือกการลดก๊าซอะไรได้บ้าง รวมทั้งพิจารณาว่า แผนการลงทุนต่างๆ ที่วางแผนไว้นั้น ควรจะต้องปรับปรุงหรือไม่/อย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงหรือเพิ่มโอกาสในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึง นี้

โดยส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่าไทยอยู่มีโอกาสสร้างความได้เปรียบ (โดยเปรียบเทียบ) จากการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

ค่าเสียหายโลกร้อน: คนเล็กจ่ายก่อน

ภาวะโลกร้อนเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่มากในปัจจุบัน ทุกประเทศต้องช่วยกันอย่างเต็มที่ในการลดเงื่อนไขที่ทำให้โลกร้อน ประชาชนในแต่ละประเทศก็มีภาระอย่างเดียวกัน ไม่ว่าจะมีสนธิสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ และไม่ว่าจะเอาคาร์บอนเครดิตไปขายได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมของมนุษย์ ทั้งที่เป็นไปโดยธรรมชาติ และที่ทำขึ้นเพื่อดำรงชีวิต ย่อมต้องปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นธรรมดา ปัญหาคือจะแบ่งความรับผิดชอบของผู้กระทำอย่างไร

ในกรณีเช่นนี้ หลักปฏิบัติที่เขาใช้กันทั่วไปก็คือ กระจายความรับผิดชอบไปให้แก่ทุกฝ่าย เช่นเอาค่าปรับโลกร้อนไปฝากไว้ในภาษีการซื้อ-ขายยางพารา จะฝากไว้ที่ระดับน้ำยาง หรือระดับผลิตภัณฑ์เช่นยางรถยนต์ก็ตาม แต่ผู้บริโภคต้องจ่าย โดยไม่เอาค่าปรับไปกระจุกไว้ที่ปัจเจกบุคคลที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก แล้วปล่อยให้ผู้บริโภคซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก กิจกรรมนั้นลอยนวลไป

ชาวบ้านไทยโดนคดีแรกของโลกจ่ายค่าเสียหายทำโลกร้อน

นางกำจาย ชัยทอง ผู้ถูกศาลตัดสินข้อหากรณีบุกรุกทำลายพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า จำนวน 8-2-85 ไร่ ให้จ่ายค่าเสียหายรวมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี กว่า 1.67 ล้านบาท กล่าวถึงการที่กรมอุทยานฯได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ทส.0903.4/14374 ถึงสำนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง ระบุแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการคิดคำนวณค่าเสียหายพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร ถึงค่าเสียหายทำให้โลกร้อนว่า ไม่ยอมรับเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำให้โลกร้อน เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ที่เป็นมรดกตกทอดมาจากปู่ย่ามาหลายชั่วอายุคน ใช้เพื่อการเพาะปลูกมากกกว่า 200 ปี แล้ว ส่วนตัวรู้แล้วว่าการทำลายป่ามีผลกระทบอย่างไร แต่ตนเองไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่า

นางกำจายกล่าวด้วยว่าในวิถีเกษตรของการทำสวนยาง เมื่อต้นยางแก่ ต้องตัดเพื่อปลูกใหม่ แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการทำลายป่า ทำให้โลกร้อน ต้องมาจ่ายเงินล้านเพราะตัดต้นยางในพื้นที่ของตัวเอง จะเอาที่ไหนมาจ่าย ลำพังแค่เงินหมื่นยังไม่เคยได้จับ การคิดค่าเสียหายเช่นนี้ไม่เป็นธรรมกับตนเองและพี่น้องในเครือข่ายเทือกเขา บรรทัดที่ต้องถูกคดี "ฉันเจ็บ เจ็บเหลือเกินซ้ำแล้วซ้ำเล่า พี่ชายฉันไปเป็นตำรวจ 3 จังหวัดชายแดน ต้องตายเพื่อรักษาประเทศ แต่ฉันกลับถูกฟ้องขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ที่เป็นที่ดินของปู่ย่าตายาย เป็นมรดกความทรงจำในการอยู่ร่วมกันของครอบครัว แต่อุทยานฯ ก็มายึดเอาไป" นางกำจายกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ป่าไม้ไทยในตลาดดาร์บอนใหม่

REDD เป็นคำย่อมาจากคำเต็มว่า Reducing Emission from Deforestation and Degradation in Developing Country (การลดก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกำลัง พัฒนา) REDD เป็นกลไกใหม่ที่ถูกนำเสนอเพื่อการแก้ไขปัญหาโลกร้อน เนื่องจากมีข้อมูลว่า มีก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากการทำลายป่าและการทำให้ป่าเสื่อมโทรมใน ประเทศกำลังพัฒนาคิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ดังนั้น ถ้าลดการทำลายป่า/ป่าเสื่อมโทรมได้จะช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อนได้มากทีเดียว

แต่ถ้าเน้นใช้กลไกตลาด ให้มีการซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ คาดว่าจะมีความต้องการสูง เนื่องจากต้นทุนเรื่อง REDD ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับการลดก๊าซในกิจกรรมอื่นๆ หากประเทศที่พัฒนาแล้วมุ่งแต่มาซื้อคาร์บอนเครดิตจาก REDD โดยไม่ลดการปล่อยก๊าซในประเทศตนเอง ปัญหาโลกร้อนก็จะไม่ได้รับการแก้ไข

เกาะสวรรค์มัลดีฟส์กำลังจมน้ำ

ชาติเล็กๆในมหาสมุทรอินเดียอย่างมัลดีฟส์เป็นหนึ่งในประเทศที่เสี่ยงต่อ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ เนื่องจากเกาะบริวารจำนวน 1,190 เกาะอยู่เหนือระดับน้ำทะเลเพียง 1-2 เมตรเท่านั้น คณะทำงานระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ(IPCC)เตือนครั้ง แล้วครั้งเล่าว่าน้ำทะเลที่สูงขึ้นอันเกิดจากโลกร้อนมีโอกาสก่อให้เกิดคลื่น พายุที่กัดเซาะทำลายชายฝั่งของเกาะเล็กเกาะน้อย

"ช่วงสองสามทศวรรณที่ผ่านมาเราได้เห็นความเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก แต่นิสัยของผู้คนไม่เปลี่ยนแปลง เราเข้าสู่ยุคของการเลือกวิถีการพัฒนาแบบไม่ยั่งยืน ผู้คนเริ่มบริโภคสินค้าใหม่ๆ รัฐบาลมัลดีฟส์ไม่ได้สอนวิธีการกำจัดของเสีย ผู้คนยังคุ้นเคยกับการโยนก้างปลาลงทะเล และในขณะนี้ก็โยนผ้าอ้อมอนามัยเด็กลงทะเล เมื่อสามสิบปีก่อน,เราไม่มีห้องส้วมอยู่ในบ้าน ผู้คนแค่เดินไปถ่ายตามพุ่มไม้ เราจึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการบำบัดของโสโครกหรือขยะ แต่ตอนนี้ทุกคนมีห้องส้วมในบ้าน และรัฐบาลไม่ได้จัดวางเครือข่ายกำจัดของเสีย"

โลกร้อน... และความเข้าใจผิดๆ

Post Today

รายงานโดย :เรื่อง : อนุสรา ทองอุไร / สุรีย์รัตน์ พิทักษ์:

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

กระแสการรณรงค์เรื่องโลกร้อนกำลังได้รับความสนใจจากหลายๆ ฝ่าย รวมทั้งประชาชนชาวไทยอย่างน่ายินดี

 

แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะมีคนอีกหลายคนที่เกิดความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องโลกร้อนอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้การช่วยลดภาวะโลกร้อนที่ทุกคนกำลังช่วยกันแก้ไขและเยียวยา อยู่นั้นเดินไปในทางที่ผิด

โลกร้อน: พลิกวิกฤตทำลายป่าเป็นโอกาสทำเงิน?

ภายใต้ความพยายามลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตัวการทำโลกร้อน ได้มีข้อเสนอหลากหลาย หนึ่งในนั้นที่ฟังดูเผินๆแล้วเข้าทีคือข้อเสนอที่เรียกว่า REDD ที่ย่อมาจาก Reducing emissions from deforestation and forest degradation in developing countries แนวคิดหลักคือการให้ประเทศพัฒนาแล้วอุดหนุนการลดการตัดไม้และการทำให้เกิด ความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกำลังพัฒนา เพื่อเก็บป่าไว้เป็นแหล่งเก็บกักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

แต่นักวนศาสตร์และนิเวศน์วิทยาชั้นครูของเมืองไทยอย่าง ดร.สมศักดิ์ สุขวงศ์ ผู้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของแนวคิดการจัดการภายใต้ REDD ที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งเรื่องป่าระหว่างรัฐกับชุมชนที่ต้องพึ่งพิงป่าอี กระรอกใหญ่เนื่องจากป่าจะกลายเป็นสินค้า

"REDD เป็น commercial thinking ป่ากลายเป็นสินค้าชนิดใหม่ เป็น payment for environmental services คือประเทศรวยยอมจ่ายเงินให้ประเทศอย่างเรารักษาป่า แล้วกำหนดว่าเราทำะไรกับป่าไม่ได้นะ ต้องรักษาไว้ในสภาพเดิม ถ้ารัฐไปรับเงินเขามา ก็ต้องมาเข้มงวดกับชาวบ้านไม่ให้ใช้ป่า"

การลดก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าในเวทีเจรจาเรื่องโลกร้อน

ประเด็นหนึ่งในการเจรจาเรื่องโลกร้อนที่มีผลเกี่ยวโยงกับประเทศไทยอย่าง มาก คือ เรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าใน ประเทศกำลังพัฒนาหรือที่นิยมเรียกกันว่า "REDD" ซึ่งเป็นคำย่อที่มาจาก Reducing Emission from Deforestation and Degradation in Developing Countries

จากรายงานศึกษา พบว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเนื่องมาจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าใน เขตร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 20 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ในการประชุมสมัชชารัฐภาคีอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ครั้งที่ 11 (COP11) ในปี พ.ศ.2548 ประเทศ ปาปัวนิกินีและประเทศคอสตาริกาจึงได้มีการเสนอแนวคิดให้เพิ่มเรื่องของการ ทำลายป่าเข้าไปในกลไกการพัฒนาที่สะอาดเพื่อสร้างแรงจูงใจที่จะลดปัญหาการ ทำลายป่า แนวคิดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากประเทศภาคีสมาชิกอื่นๆ รวมทั้งประเทศไทยในเวลาต่อมา

6 คำถามเกี่ยวกับโลกร้อนและควันไฟป่าในฤดูร้อนที่กำลังมา

ไฟป่าใหญ่ที่ออสเตรเลียในขณะนี้คงทำให้หลายคนโดยเฉพาะในภาคเหนือเริ่ม กังวลไปถึงสถานการณ์ไฟและหมอกควันในบ้านเราในฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งแม้คงจะไม่รุนแรงเท่า แต่ก็เป็นประเด็นที่คนไทยต้องให้ความสนใจ เพราะในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศที่ในหลายพื้นที่ของประเทศรวม ไปถึงภาคเหนือจะมีอากาศร้อนขึ้นและฝนตกน้อยลงตามผลการศึกษาแบบจำลองสภาวะ ภูมิอากาศโดยนักวิทยาศาสตร์ไทย

ล่าสุด ดร. อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา จาก ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลก (Start) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้คุยกับชาวแม่ฮ่องสอนในงานประชุม "โลกร้อนกับไฟในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน: การรับมือกับภาวะโลกร้อนอย่างมีสติ" เมื่อวันที่ 27-28 มกราคม 2552 โดยได้ตอบคำถามที่หลายคนสงสัยที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงจังหวัดอื่นในภาคเหนือ ด้วยคือ

6 คำถามเกี่ยวกับโลกร้อนและกับไฟในจังหวัดแม่ฮ่องสอน