สิ่งพิมพ์ : In Print

ภาวะเครียดจากความร้อน: ขีดสูงสุดทีมนุษย์จะปรับตัวได้

การ รณรงค์ด้านโลกร้อนโดยฝ่ายต่างๆ มักจะนำเสนอคล้ายๆ กันว่าถ้าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นถึง 6 องศาเซลเซียส ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศอย่างรุนแรงถึงขั้นหายนะแก่มนุษย์ ชาติ ในรูปของความแห้งแล้ง ระดับน้ำทะเลและภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ที่หลายคนคงเคยได้เห็นมาบ้างแล้วจากเอกสารหรือโปสเตอร์เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ อย่างไรก็ตามผลกระทบของอุณภูมิต่อภาวะเครียดเนื่องจากความร้อนที่มีต่อ มนุษย์นั้น ก็สามารถใช้เป็นเกณฑ์ทางตรงของผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่อาจะทำให้บางคนเห็น ภาพที่เป็นรูปธรรมมากกว่าการรับรู้ผลกระทบผ่านกระบวนการในทางอ้อมต่างๆ

จีน : สกัดขยะอีเล็คโทรนิคส์เป็นภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

กุยยู จีน (ไอพีเอส) สำหรับแรงงานอพยพที่เดินทางจากทั่วประเทศจีนเพื่อการเผา ทุบและตัดเครื่องรับโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และเครื่องถ่ายเอกสารเพื่อประสงค์โลหะมีค่าและชิพคอมพิวเตอร์ในอัตราค่าจ้าง ชั่วโมงละหนึ่งดอลลาร์ โดยทำงานวันละสิบชม.ในโรงทำงานเล็กๆกว่า 5,000 แห่งตามหมู่บ้าน การพักอาศัยอยู่ที่นี่จึงไร้ซึ่งความสะดวกสบาย 
 นักวิจัยชาวจีนแถลงว่าความสูญเสียที่พวกเขาต้องจ่ายให้คือความเสื่อมถอยทาง สุขภาพในระยะยาว
 กุยยูมีมลภาวะจากสารไดอ็อกซินที่คุกคามสุขภาพมนุษย์สูงที่สุดในโลก สารนี้ถูกปล่อยสู่อากาศจากการเผาพลาสติกและแผ่นวงจรเพื่อสกัดเอาทองคำ, แพลตตินั่ม, ทองแดง และโลหะอื่นๆ ทั้งนี้จากรายงานปี 2007 ของสถาบันวิทยาศาสตร์จีน

แม่น้ำเลียนเจียงที่ตัดผ่านเมืองกุยยูถูกจัดว่าเป็นแม่น้ำที่ปนเปื้อนมาก ที่สุดในจังหวัดกวางตุ้งทางใต้ของจีน ทองแดง,นิเกิ้ล,แค็ดเมี่ยม,ตะกั่ว,ปรอท และสารหนูถูกพบว่าปนเปื้อนในระดับสูงอยู่ตามผิวน้ำและโคลนเลนในแม่น้ำ

Which will be Global warming or Global cooling?

         นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ได้ความเห็นร่วมกันว่าที่ผ่านมาโลกเรามีอุณหภูมิสูง ขึ้นหรือที่รู้จักกันในชื่อ "ภาวะโลกร้อน" นับตั้งแต่การตีพิมพ์ผลงานในปี 1906  นักเคมีฟิสิกส์ชาวสวีเดนนามว่า  svante  august  arrhenius และคณะ ( frank  washington  very และ samuel  pierpont  langley )  ได้แสดงให้เห็นการดูดกลืนพลังงานของแก๊สคาร์บอนไดออกไซน์และไอน้ำจากรังสี อินฟาเรตเพื่ออธิบายการเกิดยุคน้ำแข็ง ( ice ages )  แม้ผลจะผิดพลาดแต่นั้นมามนุษย์เราก็ได้รู้จักปรากฏการณ์  greenhouse  effect ที่ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนขึ้น

สมัชชาทางสังคมแห่งโลก 10 ปีกับภารกิจต่อไป

สิบปีหลังจากก่อตั้ง, สมัชชาทางสังคมแห่งโลก (World Social Forum) เดินมาถึงจุดที่นักเคลื่อนไหวและกลุ่มรากหญ้าจะต้องเสนอทัศนะทางเลือกให้กับ โลก "เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องมีพื้นที่ให้เราทุกคนได้มารวมตัวกันและสร้าง ทัศนะที่สะท้อนความกังวลของเรา" นิโคลา บุลลาร์ด-ผู้ช่วยอาวุโสของ ‘Focus on the Global South'-องค์กรคลังสมองในกรุงเทพฯ ซึ่งเชี่ยวชาญประเด็นของโลกกำลังพัฒนา,กล่าว "เราสามารถจะสร้างเวทีเสวนา, ความคิด และความชอบธรรมของเราเอง" เขาว่า

"แน่นอน, นี่เป็นทางเลือกสำหรับผู้นำที่สามารถสร้างพื้นที่ให้กับตัวเองได้ตลอดเวลา" ชาวออสเตรเลียผู้เป็นสมาชิกสภาระหว่างประเทศของ WSF ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกล่าว และว่า " WSF ยังคงสอดคล้องกับประเด็นจนทุกวันนี้"

ทว่าขบวนการทางสังคมซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับพรรคการเมืองแห่งนี้ยังคงเดิน หน้าจัดการกับประเด็นใหม่ต่างๆที่เกิดขึ้น รวมทั้งความวิตกเรื่องการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่มีอิทธิพลต่อการโต้ เถียงเรื่องความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ

ไทยต้องเตรียมตัวลดโลกร้อนในทางปฏิบัติ

ประเทศไทยเองก็ยังขาดการวิเคราะห์ที่ตกผลึกว่า บทบาทของประเทศไทยต่อสถานการณ์โลกร้อนควรเป็นเช่นไร

"สมมุติว่า ประเทศไทยจะส่งออกข้าว เราจะต้องสามารถพิจารณาได้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือโลกร้อนนั้น มีผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมอย่างไร ไม่เว้นแม้แต่กับคู่แข่งที่เราเองก็ควรต้องมีข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ ด้วย เช่น ประเทศเวียดนามมีการผลิตข้าว และมีความเสี่ยงเรื่องระดับน้ำทะเลที่จะท่วมสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของ เวียดนามเอง เราสามารถวิเคราะห์ได้หรือไม่ว่า หากเวียดนามจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น จะต้องมีการลงทุนป้องกันเท่าไหร่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าต้นทุนในการปลูกข้าวของเขาจะสูงขึ้นหรือไม่ ต้นทุนที่สูงขึ้นจะส่งผลให้เวียดนามยังคงสามารถขายข้าวในราคาเดิมได้หรือไม่ หรือว่าขยับราคาข้าวของเขาขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นโอกาส เหมือนเป็นการรู้เขารู้เรา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยวางยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศเราได้ในอนาคต" ผศ.ดร.อำนาจ กล่าว

Story of Cap 'n Trade

The Story of Cap and Trade(เรื่องราวของมาตรการซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก) เป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวทางอินเตอร์เน็ตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาโดย Annie Leonard ผู้ผลิต Story of Stuff อันโด่งดังเมื่อปีที่แล้ว มีเนื้อหาสะท้อนให้เห็นถึงการเก็งหากำไรและข้อบกพร่องเบื้องหลังหลักการซื้อ ขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีความยาวเพียง 10 นาที แต่กลับสามารถนำเสนอภาพให้ผู้ชมเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามาตรการซื้อขายสิทธิ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Cap and Trade นั้นมีปัญหาอะไรและเพราะเหตุใดเราถึงควรร่วมมือกันยุติการซื้อขายดังกล่าว

นับเป็นเรื่องน่าพิศวงที่งานประชุมครั้งสำคัญว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สัปดาห์นี้ ณ กรุงโคเปนฮาเกน กำลังยึดถือเอาแผนงานซึ่งก่อวิกฤติเศรษฐกิจโลกมาเป็นกลยุทธ์หลักสำหรับการ แก้ปัญหาด้านภูมิอากาศ แผนงานดังกล่าวถูกนำมาชูเป็นจุดขายสำหรับงานประชุมทั้ง ๆ ที่มนุษย์ทั่วโลกต่างกำลังดิ้นรนอยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

โลกเขาขยับกันแล้ว แต่ไทยล่ะ?

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อินเดียประกาศจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงจำนวนมากเหมือนอย่างที่ประเทศ กำลังพัฒนาหลายประเทศได้ทำไปแล้วก่อนหน้าที่การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศขององค์กรสหประชาชาติจะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้ ณ กรุงโคเปนฮาเกน

แล้วประเทศไทยล่ะกำลังทำอะไรอยู่ เมื่อไหร่ที่ไทยจะเริ่มเอาจริงเอาจังกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ ชั้นบรรยากาศของโลกเสียที อันที่จริง นักวิทยายาศาสตร์ได้เตือนให้เราทราบแล้วว่าเราอยู่ในภูมิภาคที่ได้รับผลประ ทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกมากกว่าอีกหลายประเทศ หากโลกไม่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขนานใหญ่นับแต่วันนี้ ชายฝั่งและชุมชนริมชายฝั่งของไทยจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แม้แต่กรุงเทพ ฯ ก็จะต้องเผชิญปัญหาหนักหนาสาหัสจากภาวะน้ำท่วมและระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงซึ่ง ล้วนแล้วแต่เป็นผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกทั้งสิ้น กระนั้นก็ตาม ผู้นำของประเทศไทยซึ่งพำนักอยู่ในมหานครแห่งนี้แทบไม่ปริปากพูดถึงการ ยับยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแต่อย่างใด

โลกจะไม่เย็นลงด้วย Climategate

"Climategate" เป็นเหตุการณ์ฉาวโฉ่ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีใครบางคนแอบเจาะระบบเซิร์ฟเวอร์ ที่จัดเก็บอีเมล์ของสถาบันวิจัยสภาพภูมิอากาศในอังกฤษแล้วพบว่านักวิทยา ศาสตร์แถวหน้าในแขนงสภาพภูมิอากาศหลายคนไม่ได้นำข้อมูลบางอย่างออกมาเผยแพร่ เพราะข้อมูลเหล่านี้ดูเหมือนจะขัดแย้งต่อหลักฐานมากมายที่ชี้ว่ามนุษย์กำลัง ทำให้โลกร้อนขึ้น เมื่อมือดีแอบพบข้อมูลดังกล่าวจึงหยิบมาเผยแพร่เสียเองผ่านทางหน้าบล็อกตลอด ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครโต้แย้งได้ว่าอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศของ โลกสูงขึ้นในช่วงที่ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศมี เพิ่มมากขึ้น และหากเราไม่รีบยับยั้งทิศทางดังกล่าว โลกอาจจะต้องเผชิญมหันตภัยร้ายแรงโดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยจัดอยู่ในเขตที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบสูงสุดเขต หนึ่ง ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าไทยจะได้ประโยชน์หากเรื่องราวฉาวโฉ่จากกรณี Climategate จะสิ้นสุดลงเสียที

ดร. เจน ลุบเชนโช หัวหน้าสำนักงานบริหารงานด้านชั้นบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติอเมริกา ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอพีเกี่ยวกับกรณี Climategate ไว้ว่า "อีเมล์ดังกล่าวไม่อาจลบล้างความเห็นทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นเอกฉันท์มั่นคง ว่า...โลกกำลังร้อนขึ้นและกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ก็เป็นสาเหตุสำคัญของปรากฏการณ์ดังกล่าว"

เราจะช่วยบรรเทา "โลกร้อน" ได้อย่างไรบ้าง

เมื่อปี 2543 ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์หนัก 340.7 ล้านตัน เป็นอันดับที่ 29 ของโลก และเพิ่มขึ้นเป็น 366.6 ล้านต้นในปี 2548 เป็นอันดับที่ 24 ของโลก โดยมีประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับที่ 1 และ 2 ของโลก นอกจากนี้ อัตราการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อประชากรของไทยเพิ่มขึ้นจาก 5.6 ตันต่อปี เป็น 5.8 ตันต่อปี ในช่วงเวลาเดียวกัน (ในขณะที่อัตราเฉลี่ยของโลกลดลงจาก 6.9 เป็น 6.0 ตันต่อปี)

ประเทศไทยนอกจากจะมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศโลกแล้ว ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่นกัน ได้แก่ ภาวะแห้งแล้ง ผลผลิตทางการเกษตรลดลงโดยเฉพาะข้าวการสูญเสียพันธุ์พืชและสัตว์บางชนิดที่ ไม่สามารถทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการกลับมาของโรคบางชนิดที่มียุงเป็นพาหนะ เป็นต้น

ประเทศไทยควรจะทำอย่างไรและเมื่อใด เพื่อบรรเทาปัญหาและเพื่อรับมือกับปัญหาโลกร้อนในอนาคต

แผนรับมือโลกร้อนของจีนยังเถียงกันไม่แล้วเสร็จ

เนื่องจากการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศของจีนไม่สอดคล้อง กับวิถีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ กลุ่มผู้นำจีนจำต้องเลือกเอาระหว่างทางเลือกสองประการที่ไม่พึงประสงค์เพื่อ ระงับมลภาวะที่เพิ่มสูง และการเผชิญกับสถานการณ์อันน่ากลัวจากภาวะว่างงานที่อาจนำไปสู่ความวุ่นวาย ทางสังคม

การประเมินครั้งที่สี่ของคณะทำงานระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลง ของภูมิอากาศซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนก.พ. 2007 ย้ำว่าจีนเป็นดินแดนที่เสี่ยงต่อปัญหาโลกร้อน นักวิชาการจีนหลายคนเข้าไปมีส่วนร่วมเขียนเอกสารดังกล่าว เพื่อยกระดับความสำคัญในสังคมจีนให้กับสิ่งที่ตนค้นพบ ผลการศึกษาเสนอว่าการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศจะก่อให้เกิดภาวะแห้งแล้งอย่าง รุนแรงขึ้นในพื้นที่แห้งแล้งทางเหนือและทางตะวันตกของประเทศ ทั้งจะก่อให้เกิดอุทกภัยขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำทางใต้และทางตะวันออก นักวิชาการชี้ว่าในช่วงน้ำท่วม,แผ่นดินจะดูดซึมน้ำน้อยน้อยกว่าช่วงที่ฝนตก อย่างสม่ำเสมอ ทั้งทำนายว่าภาวะแห้งแล้งและอุทกภัยก่อให้เกิดการขาดแคลนน้ำและการกัดกร่อน หน้าดินอย่างรุนแรงขึ้นในจีน ภาวะแห้งแล้งและอุทกภัยที่เพิ่มขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมากระตุ้นความเห็นของ สาธารณชนว่าควรจะใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาความเปลี่ยนแปลงของภูมิ อากาศ